หมดยุควิ่งหางานเพียงอย่างเดียว ถึงเวลาให้งานวิ่งหาเราบ้าง!
ในยุคที่ตลาดแรงงานขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับคนทำงานมืออาชีพ หลายคนอาจจะคิดว่า LinkedIn เป็นแค่เรซูเม่ออนไลน์อีกแห่งหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง มันคือพื้นที่สำหรับสร้าง "Personal Branding" หรือ แบรนด์บุคคล หากคุณสร้างโปรไฟล์ให้น่าสนใจ HR และ Headhunter จากบริษัทชั้นนำระดับโลกก็พร้อมที่จะส่งข้อความ (InMail) มาเสนอตำแหน่งงานดีๆ ให้คุณโดยที่คุณไม่ต้องกดส่งใบสมัครเลยด้วยซ้ำ
เทคนิคปั้นโปรไฟล์ LinkedIn ให้ปังปุริเย่
1
รูปโปรไฟล์และภาพหน้าปก (Profile & Cover Photo) ต้องโปร:
รูปภาพคือสิ่งแรกที่คนเห็น ควรใช้รูปถ่ายหน้าตรง แต่งกายสุภาพ ยิ้มแย้มเป็นมิตร และมีฉากหลังที่สะอาดตา ส่วน Cover Photo ให้ใช้ภาพที่สะท้อนถึงสายอาชีพหรือตัวตนในการทำงานของคุณ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ
2
พาดหัว (Headline) ต้องมีคีย์เวิร์ดดึงดูด:
อย่าปล่อยให้ Headline เป็นแค่ชื่อตำแหน่งปัจจุบัน (เช่น Marketing Executive at ABC Corp) ลองเปลี่ยนมาใช้การสรุปทักษะหรือคุณค่าของคุณ เช่น "Digital Marketing Specialist | SEO & Content Strategist | Helping brands grow 200% ROI" การใส่คีย์เวิร์ดจะช่วยให้โปรไฟล์คุณติดหน้าแรกเวลา HR ค้นหา
3
ส่วนสรุป (About) เล่าเรื่องราวของคุณ:
เขียนบรรยาย 2-3 ย่อหน้า เล่าว่าคุณคือใคร เชี่ยวชาญด้านไหน และมี Passion ในการทำงานอย่างไร ให้เขียนในมุมมองบุรุษที่ 1 (ใช้คำว่า "ฉัน" หรือ "ผม") เพื่อสร้างความเป็นกันเองและความรู้สึกที่จับต้องได้
4
ขอคำนิยม (Recommendations) จากเพื่อนร่วมงาน:
การมีหัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงานมารีวิวการทำงานของคุณใน LinkedIn ถือเป็นเครื่องการันตีชั้นยอด (Social Proof) ว่าคุณเก่งและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีจริงๆ อย่าลังเลที่จะส่งข้อความไปขอให้พวกเขาเขียนรีวิวให้
นอกจากการสร้างโปรไฟล์ที่ดีแล้ว การเข้าไปกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์บทความในสายอาชีพของคุณอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คุณกลายเป็นที่รู้จักในวงการมากขึ้น ควบคู่ไปกับการฝากประวัติบน DirectoryJob.com รับรองว่าโอกาสทางสายอาชีพจะพุ่งเข้าหาคุณจากทุกทิศทางแน่นอนครับ