Cover Letter: อาวุธลับที่หลายคนมองข้าม
ในยุคที่การสมัครงานรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่มคลิก "ส่งเรซูเม่" ผู้สมัครหลายคนเกิดคำถามว่า "จดหมายแนะนำตัว หรือ Cover Letter ยังจำเป็นอยู่อีกหรือเปล่า?" คำตอบสั้นๆ คือ "จำเป็นมาก" แม้บางบริษัทอาจจะไม่ได้บังคับให้แนบ แต่การที่คุณส่ง Cover Letter แนบไปด้วย จะเป็นตัวชี้วัดความตั้งใจ ความเอาใจใส่ และช่วยให้คุณโดดเด่นออกมาจากผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ส่งมาแค่เรซูเม่เปล่าๆ Cover Letter คือพื้นที่ที่คุณจะได้อธิบาย "เรื่องราว" ของคุณ ที่เรซูเม่ในรูปแบบ Bullet Point ไม่สามารถบอกได้
โครงสร้างของการเขียน Cover Letter ที่สมบูรณ์แบบ
ส่วนที่ 1: การทักทายและการเปิดเรื่อง
ควรระบุชื่อผู้รับให้ชัดเจน (หากทราบชื่อ HR หรือหัวหน้าแผนก) จากนั้นแจ้งจุดประสงค์ว่าคุณต้องการสมัครงานในตำแหน่งอะไร และทราบข่าวการรับสมัครนี้มาจากช่องทางไหน (เช่น ค้นพบจากเว็บไซต์ DirectoryJob.com)
ส่วนที่ 2: ทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ (The Hook)
ส่วนนี้สำคัญที่สุด! อย่าเขียนซ้ำกับเรซูเม่ แต่ให้เลือกประเด็นเด่นๆ 1-2 เรื่องมาขยายความ ว่าประสบการณ์หรือทักษะของคุณสอดคล้องกับคุณสมบัติที่บริษัทต้องการอย่างไร และคุณจะนำความสามารถนั้นมาช่วยบริษัทได้อย่างไร
ส่วนที่ 3: ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่
แสดงให้เห็นว่าคุณทำการบ้านมาแล้ว ชื่นชมในผลงาน วัฒนธรรมองค์กร หรือวิสัยทัศน์ของบริษัท เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าคุณอยากมาทำงานที่นี่จริงๆ ไม่ใช่แค่หว่านใบสมัครไปเรื่อยๆ
ส่วนที่ 4: การสรุปปิดท้าย
กล่าวขอบคุณที่สละเวลาอ่าน แจ้งความประสงค์ว่าคุณหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับโอกาสในการเข้าไปสัมภาษณ์เพื่อพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมระบุช่องทางการติดต่อกลับ (อีเมลและเบอร์โทรศัพท์)
ข้อควรระวังคือ Cover Letter ที่ดีควรมีความยาวประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A4 ไม่ควรเขียนยาวเป็นเรียงความ และควรเขียนปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละบริษัทที่คุณสมัคร (Tailor-made) หลีกเลี่ยงการใช้ฟอร์มสำเร็จรูปแล้วส่งแบบเดียวกันให้กับทุกบริษัท การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ จะช่วยเปิดประตูสู่การเรียกสัมภาษณ์งานของคุณได้อย่างแน่นอนครับ